เนื่องด้วยในปัจจุบัน กลุ่มมิจฉาชีพมีการก่อเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากขึ้น และพบว่า มีการมุ่งเป้าหมายหลอกลวงไปยังกลุ่มนักศึกษาเป็นจำนวนมาก จากสถิติการรับแจ้งความพบนักษา ที่ตกเป็นเหยื่อในรอบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68 เข้าแจ้งความจำนวน 33,556 คน มีมูลคำความเสียหาย 693,923,502 บาท ซึ่งติดอันดับที่ 3 จาก 6 อันดับที่มีการแบ่งตามช่วงอายุต่างๆ
ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงที่ใช้หลอกกลุ่มนักศึกษา พบว่าเป็นการโทรศัพท์มาข่มขู่ให้เกิดความกลัว โดยมิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ, ตำรวจ, DSI หรือเจ้าหน้าที่ ปปง. แจ้งว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นบัญชีม้า การพนัน การฟอกเงิน หรือสื่อลามกนาจาร จากนั้นจะบังคับให้ เหยื่อทำตามคำสั่ง โดยจะให้เหยื่อแยกตัวมาอยู่คนเดียว ห้ามบอกผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่น ก่อนจะหลอกให้ โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินไปมอบให้กับมิจฉาชีพ โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบตามขั้นของกฎหมาย ′ หรือ เป็นการช่วยเหลือให้พ้นคดี
ล่าสุดพบเคสนักศึกษาสาวอายุ 20 ปี ถูกหลอกในลักษณะนี้ โดยมิจฉาชีพรู้ข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ ว่าเหยื่อกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงนำข้อมูลส่วนนี้มาข่มขู่ โดยขู่ว่าหากไม่ทำตาม จะไม่ไม่ได้เรียนต่อ ต่างประเทศ จนทำให้เหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินและนำทรัพย์สินไปมอบให้มิจฉาชีพเป็นเงินจำนวนหลักล้านบาท
จึงอยากขอเตือนว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ทำสิ่งนี้โดยเด็ดขาด
1. ไม่โทรหาเพื่อให้แอดไลน์
2. ไม่วิดีโอคอลเพื่อสอบปากคำ
3. ไม่ส่งหมายเรียก / หมายจับ ทางออนไลน์
4. ไม่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ
หากพบพฤติการณ์ดังกล่าว ให้เชื่อไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพโทรมาหลอกลวง ทั้งนี้หากได้รับความเสียหาย ให้รีบโทรหาสายด่วน AOC 1441 ทันที
